ความอัปยศจากความรู้
ความรู้นี้ทำให้รู้สึกอัปยศอย่างแสนสาหัสจนแทบจะทนไม่ไหว
เมื่อเราหลุดออกมาจาก “เมทริกซ์” แห่งเรื่องเล่าปรุงแต่ง เรามองย้อนกลับไปและเห็นว่า…
…เราเคยเลียรองเท้าบูตของคนที่เตะเรา เราเคยร้องเพลงสรรเสริญคนที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากตัวเรา เราเคยเป็นทาสที่โห่ร้องเชิดชูคุณธรรมของการมีคนเป็นเจ้าของ
และการตระหนักรู้ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในบรรดาทั้งหมดก็คือ...
เรากลัวเพื่อนทาสด้วยกันมากกว่าที่เรากลัวนายของเราเสียอีก
เมื่อความตระหนักรู้นี้ซึมลึกเข้าไป เราจะหลงอยู่ในหมอกแห่งภาวะค้างคาชั่วคราว… เราเป็นนายไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทาสอีกต่อไป เราร่วมกินอาหารที่โต๊ะเปื้อนเลือดของชนชั้นนำไม่ได้ แต่เราก็ไม่ได้รับการต้อนรับในกรงของเหล่าทาสอีกแล้วเช่นกัน ที่ซึ่งพวกเขาต่อสู้แย่งเศษอาหารกันแล้วเรียกมันว่า “ความอุดมสมบูรณ์”
นี่คือดินแดนระหว่างดวงดาว ระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ที่ซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งอนาคตหยั่งราก
และการอยู่ที่นั่นอาจอ้างว้างอย่างยิ่ง อย่างยิ่งจริง ๆ
และสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงอยู่ตลอดเวลาก็คือการถูกเนรเทศเช่นนี้ ความรู้เช่นนี้
ความจริงทำให้เราเป็นอิสระจริง ๆ โดยมีราคาที่ต้องจ่ายคือการเปิดเผยให้เราเห็นว่า เราทุกคนล้วนเป็นทาส
และเพื่อนทาสด้วยกันนี่เองที่เกลียดเรายิ่งกว่าใคร