การพังทลายเข้าด้านใน
ทันทีที่เราเริ่มนำคุณค่าทางศีลธรรมเชิงภววิสัยมาใช้กับชีวิตของเราเอง รวมถึงการกระทำของผู้คนรอบตัวเรา เราก็ก้าวเข้าสู่โลกอีกแบบหนึ่งในทันที หรือจะพูดให้ตรงกว่านั้นก็คือ ก้าวออกจากคุกที่มองเห็นได้จากภายนอกเท่านั้น
ดังนั้น เมื่อเราตั้งคำถามต่อความปรารถนาที่จะฆ่าฟันเพื่อล้างแค้นหลังเหตุโจมตีในเดือนกันยายน เราก็เริ่มเข้าใจว่า เราถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนที่โจมตีใครก็ตามที่พูดความจริง
หากเราถูกห้อมล้อมด้วยผู้คนที่โจมตีความจริง ก็เท่ากับว่าแท้จริงแล้วเราถูกห้อมล้อมด้วยบุคคลที่เสื่อมทรามและโหดร้าย
หากเราถูกห้อมล้อมด้วยบุคคลที่เสื่อมทราม ความเสื่อมทรามของผู้นำเราก็กลายเป็นสิ่งที่เข้าใจได้มากขึ้น
ความเสื่อมทรามของผู้นำเรากลายเป็นสิ่งที่เข้าใจได้มากขึ้น เมื่อเราตระหนักว่า เรากำลังอยู่ในโลกของคนโกหกที่วางตนว่ามีศีลธรรม ขลาดกลัว และโหดร้าย
ด้วยเหตุนี้ “ประเทศ” ที่เราเคยอ้างว่า “รัก” จึงเผยตัวออกมาว่าเป็น “ครอบครัว” ที่ขลาดกลัว ใช้อำนาจกดขี่ และทำร้ายสมาชิก แจกจ่ายรางวัลอันกลวงเปล่าอย่างไม่อั้นให้คนที่ทำตามกันไปอย่างไร้ความคิด และโจมตีใครก็ตามที่ตั้งคำถามอย่างมีเหตุผลและยึดหลักศีลธรรม
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทันทีที่เราพูดความจริง เราก็พบว่า เราได้รับ “ความรัก” เพียงเพราะเราเงียบ โง่ เชื่อฟัง และสร้างผลผลิตได้
เราพบว่า ที่ผ่านมาคนอื่นเพียงแค่ “ทน” เราในฐานะเครื่องมือเพื่อบรรลุเป้าหมาย เช่นเดียวกับที่ชาวนา “ทน” วัวของตน เพราะเขาต้องการนม และเนื้อ